ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย:ปกป้องบ้านคุณจาก 6 ภัยหลัก
- 17 ก.พ. 2568
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 22 ก.พ. 2568
บ้านคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของเรา และไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ไฟไหม้ หรือภัยอื่น ๆ ที่สร้างความเสียหายให้กับบ้านของเรา นี่คือเหตุผลว่าทำไมการทำประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ ในบทความนี้ เราจะมาทำความเข้าใจกับความคุ้มครองหลักของประกันอัคคีภัย และทำไมคุณควรพิจารณาซื้อประกันประเภทนี้

ความคุ้มครองหลักของประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย
ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยโดยทั่วไปจะให้ความคุ้มครองใน 6 ภัยหลัก ดังนี้:
ไฟไหม้ (Fire) – คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากเพลิงไหม้ ซึ่งอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร หรืออุบัติเหตุอื่น ๆ
ฟ้าผ่า (Lightning) – คุ้มครองความเสียหายจากฟ้าผ่าที่อาจทำให้โครงสร้างบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสียหาย
ระเบิด (Explosion) – คุ้มครองกรณีการระเบิดที่เกิดจากอุบัติเหตุ เช่น แก๊สหุงต้ม หรือสารไวไฟอื่น ๆ
ภัยจากยานพาหนะ (Vehicle Impact) – คุ้มครองกรณีบ้านได้รับความเสียหายจากการเฉี่ยวชนของยานพาหนะ หรือสัตว์พาหนะ เช่น วัว ควาย ม้า
ภัยจากอากาศยาน (Aircraft Impact) – คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากอากาศยาน หรือวัตถุที่ตกจากอากาศยาน
ภัยเนื่องจากน้ำ (Water Damage) – คุ้มครองความเสียหายจากน้ำที่เกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุ เช่น ท่อประปาแตก หรือรั่วไหลภายในบ้าน (ไม่รวมถึงน้ำท่วม)
ความคุ้มครองเพิ่มเติมที่สามารถเลือกซื้อได้
นอกจากความคุ้มครองหลัก 6 ประการข้างต้น ผู้เอาประกันยังสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ เช่น: ✔️ ภัยธรรมชาติ – น้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว ลูกเห็บ ✔️ การโจรกรรม – คุ้มครองความเสียหายจากการถูกขโมยทรัพย์สิน ✔️ ความเสียหายต่อบุคคลภายนอก – กรณีบ้านของคุณก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่น เช่น ต้นไม้ล้มทับบ้านข้างเคียง ✔️ ค่าที่พักชั่วคราว – คุ้มครองค่าเช่าที่พักชั่วคราว หากบ้านเสียหายจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้
ทำไมคุณควรทำประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย?
✅ ลดความเสี่ยงทางการเงิน – ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ✅ ปกป้องทรัพย์สินที่มีค่า – บ้านเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงและควรได้รับการปกป้อง ✅ ให้ความอุ่นใจ – ทำให้คุณมั่นใจว่าบ้านและทรัพย์สินของคุณได้รับการดูแล
เลือกประกันอัคคีภัยที่เหมาะกับบ้านคุณ
การเลือกประกันอัคคีภัยที่เหมาะสมกับบ้านของคุณเป็นสิ่งสำคัญ โดยพิจารณาจากประเภทของบ้าน (บ้านปูน บ้านไม้ หรือบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้) และความเสี่ยงของพื้นที่ที่อยู่อาศัย


