top of page

ค่าเบี้ยประกันโรงงานคิดจากอะไร? วิธีคำนวณทุนประกันให้เหมาะสม

  • 26 ก.พ. 2568
  • ยาว 1 นาที

ค่าเบี้ยประกันโรงงานคิดจากอะไร? วิธีคำนวณทุนประกันให้เหมาะสม

การทำประกันอัคคีภัยสำหรับโรงงานเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันความเสียหายจากเหตุไม่คาดฝัน เช่น ไฟไหม้ ระเบิด หรือภัยธรรมชาติ แต่หลายคนอาจสงสัยว่า ค่าเบี้ยประกันโรงงานถูกคิดคำนวณจากอะไร และควรตั้งทุนประกันเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม?


แจ้งเตือนอัคคีภัย

ปัจจัยที่ใช้คำนวณค่าเบี้ยประกันโรงงาน

เบี้ยประกันโรงงานถูกคำนวณจากหลายปัจจัย โดยปัจจัยหลักที่มีผลต่อค่าเบี้ยประกัน ได้แก่:

  1. ทุนประกันภัย (Sum Insured) – จำนวนเงินที่เอาประกันภัย ซึ่งต้องสะท้อนมูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริง

  2. ประเภทของอาคารโรงงาน – เป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กหรือโครงสร้างเหล็ก เพราะวัสดุที่ใช้ก่อสร้างส่งผลต่อความเสี่ยงไฟไหม้

  3. ประเภทของธุรกิจและกระบวนการผลิต – โรงงานที่ใช้สารเคมีหรือวัสดุติดไฟง่ายจะมีความเสี่ยงสูงกว่าธุรกิจที่ใช้เครื่องจักรทั่วไป

  4. สถานที่ตั้งโรงงาน – อยู่ใกล้แหล่งน้ำหรือสถานีดับเพลิงหรือไม่ เพราะมีผลต่อการควบคุมเพลิงเมื่อเกิดเหตุ

  5. มาตรการป้องกันและระบบความปลอดภัย – โรงงานที่มีระบบสปริงเกอร์ หรือถังดับเพลิงที่ได้มาตรฐาน อาจได้รับส่วนลดค่าเบี้ยประกัน

  6. ประวัติการเคลมประกัน – หากโรงงานมีประวัติการเคลมบ่อย ค่าเบี้ยอาจสูงขึ้นเนื่องจากบริษัทประกันมองว่าเป็นสถานที่เสี่ยง

วิธีคำนวณทุนประกันภัยโรงงาน

การกำหนดทุนประกันที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองอย่างเพียงพอ หากกำหนดต่ำเกินไป อาจได้รับค่าสินไหมทดแทนไม่เพียงพอ แต่หากกำหนดสูงเกินไป อาจต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันโดยไม่จำเป็น

หมวดหมู่ทรัพย์สินที่ต้องคำนวณในการทำประกันโรงงาน

  1. สิ่งปลูกสร้าง (อาคารโรงงาน)

    • คำนวณจากพื้นที่ใช้สอย (ตร.ม.) x ราคาก่อสร้างต่อตารางเมตร

    • ตัวอย่าง: อาคารโรงงาน 2 ชั้น ขนาด 20 x 50 เมตร ราคาก่อสร้าง 10,000 บาท/ตร.ม.

      • พื้นที่ใช้สอย = 20 x 50 x 2 = 2,000 ตร.ม.

      • มูลค่าอาคาร = 2,000 x 10,000 = 20,000,000 บาท

  2. เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งตกแต่งติดตั้งตรึงตรา

    • ประเมินมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบไฟ ฯลฯ

    • ตัวอย่าง: มูลค่ารวม 2,000,000 บาท

  3. เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต

    • ประเมินมูลค่าของเครื่องจักรทั้งหมดที่ใช้ในโรงงาน

    • ตัวอย่าง: เครื่องจักรมูลค่ารวม 15,000,000 บาท

  4. สต็อกสินค้า

    • รวมมูลค่าของวัตถุดิบและสินค้าคงคลังทั้งหมด

    • ตัวอย่าง: สต็อกสินค้ามูลค่า 5,000,000 บาท

  5. ทรัพย์สินอื่น ๆ

    • ยานพาหนะ งานศิลปะ ฯลฯ ที่ต้องการคุ้มครอง

    • ตัวอย่าง: มูลค่าทรัพย์สินอื่น ๆ 3,000,000 บาท

การคำนวณทุนประกันแบบต่าง ๆ

บริษัทประกันภัยใช้หลัก 2 วิธีหลักในการคำนวณทุนประกัน:

  1. มูลค่าทรัพย์สินใหม่ (Replacement Cost) – คำนวณจากต้นทุนการสร้างหรือซื้อใหม่ โดยไม่หักค่าเสื่อมราคา

  2. มูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริง (Actual Cash Value) – มูลค่าของทรัพย์สินใหม่หักด้วยค่าเสื่อมราคา

ตัวอย่างการคิดค่าเสื่อมราคา:

  • อาคารมูลค่า 20,000,000 บาท มีอายุการใช้งาน 50 ปี ปัจจุบันอายุ 10 ปี

  • ค่าเสื่อมราคา = (20,000,000 / 50) x 10 = 4,000,000 บาท

  • มูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริง = 20,000,000 - 4,000,000 = 16,000,000 บาท

เคล็ดลับลดค่าเบี้ยประกันโรงงาน

  • ติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัยที่ได้มาตรฐาน เช่น สปริงเกอร์ ถังดับเพลิง และเครื่องตรวจจับควัน

  • เลือกทุนประกันที่เหมาะสม ไม่ต่ำเกินไปจนเสี่ยงขาดทุน แต่ไม่สูงเกินไปจนเสียค่าเบี้ยโดยไม่จำเป็น

  • เปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายบริษัท เพื่อเลือกความคุ้มครองที่ดีที่สุดในราคาที่เหมาะสม

  • เลือกทำประกันภัยระยะยาว (มากกว่า 1 ปี) เพราะบางบริษัทมีส่วนลดพิเศษสำหรับกรมธรรม์ 2-3 ปี

สรุป

ค่าเบี้ยประกันโรงงานถูกคำนวณจากหลายปัจจัย เช่น มูลค่าทรัพย์สิน ประเภทอาคาร และมาตรการป้องกันความเสี่ยง การเลือกทุนประกันที่เหมาะสมและติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัยที่ดีสามารถช่วยลดค่าเบี้ยประกันได้ ดังนั้น ก่อนทำประกัน ควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่คุ้มค่าและเพียงพอ

หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันโรงงาน ติดต่อ AYEN Insure – ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันอัคคีภัยสำหรับธุรกิจทุกประเภท!

 
 
bottom of page