ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน IAR คืออะไร?
- 26 ก.พ. 2568
- ยาว 2 นาที
ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (Industrial All Risks - IAR): การป้องกันความเสียหายที่ครอบคลุมที่สุด

1. บทนำ
ในโลกธุรกิจและอุตสาหกรรม ทรัพย์สินต่างๆ เช่น อาคาร โรงงาน เครื่องจักร และสินค้าคงคลัง ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ทรัพย์สินเหล่านี้ก็เผชิญกับความเสี่ยงมากมาย ตั้งแต่ไฟไหม้ น้ำท่วม ไปจนถึงอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด
ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR - Industrial All Risks) เป็นผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องทรัพย์สินของธุรกิจจากภัยคุกคามต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม โดยให้ความคุ้มครองที่กว้างกว่าประกันอัคคีภัยมาตรฐาน และสามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับความต้องการของธุรกิจแต่ละประเภท
2. ความหมายของประกัน IAR
ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน หรือ Industrial All Risks (IAR) เป็นกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครอง "ความเสียหายทางกายภาพที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดและมิใช่เป็นสิ่งที่ถูกยกเว้นในกรมธรรม์"
หมายความว่า หากไม่มีการระบุว่า "ไม่คุ้มครอง" ในกรมธรรม์ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะได้รับการคุ้มครอง ซึ่งแตกต่างจากประกันอัคคีภัยมาตรฐานที่มักระบุเฉพาะภัยที่คุ้มครองเท่านั้น
3. ความคุ้มครองของประกัน IAR
ประกัน IAR ให้ความคุ้มครอง แบบกว้าง (All Risks) ต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัย ซึ่งรวมถึง:
3.1 ความคุ้มครองหลักของ IAR
✅ ไฟไหม้ (Fire) – ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากเพลิงไหม้ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดับเพลิงและการบูรณะอาคาร
✅ ฟ้าผ่า (Lightning) – คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากฟ้าผ่าโดยตรงหรือไฟฟ้าลัดวงจรอันเป็นผลจากฟ้าผ่า
✅ การระเบิด (Explosion) – รวมถึงการระเบิดที่ไม่ได้เกิดจากอาวุธสงคราม หรือการกระทำโดยเจตนา
✅ ภัยธรรมชาติ (Natural Perils) เช่น
พายุ (Storm)
น้ำท่วม (Flood)
แผ่นดินไหว (Earthquake)
สึนามิ (Tsunami)
ลูกเห็บ (Hail)
✅ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด (Accidental Damage) – เช่น เครื่องจักรเสียหายจากการทำงานผิดปกติ
✅ ความเสียหายจากน้ำ (Water Damage) – เช่น ท่อน้ำแตก น้ำรั่วซึมที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย
✅ การกระทำของบุคคล (Man-Made Perils)
การโจรกรรม หรือการลักทรัพย์ที่เกิดจากการงัดแงะ
การจลาจล หรือการนัดหยุดงาน (Riot & Strike)
การก่อการร้าย (Terrorism) (อาจต้องซื้อความคุ้มครองเพิ่ม)
3.2 ทรัพย์สินที่สามารถเอาประกันภัยภายใต้ IAR
อาคาร โรงงาน คลังสินค้า
เครื่องจักร อุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องมืออุตสาหกรรม
วัสดุ สินค้าคงคลัง และวัตถุดิบ
เฟอร์นิเจอร์ และทรัพย์สินตกแต่งภายใน
สินค้าระหว่างขนส่ง (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกรมธรรม์)
4. ข้อยกเว้นที่สำคัญของประกัน IAR
แม้จะมีความคุ้มครองที่กว้าง แต่ประกัน IAR ก็มีข้อยกเว้นที่มักจะไม่ครอบคลุม เช่น:
❌ ความเสียหายจากสงครามหรือก่อการร้าย (อาจซื้อความคุ้มครองเพิ่มได้)❌ การเสื่อมสภาพของทรัพย์สินตามอายุการใช้งาน (Wear & Tear)❌ ความเสียหายจากการละเลยหรือการบำรุงรักษาที่ไม่เหมาะสม❌ ความเสียหายจากการฉ้อโกงหรือการกระทำโดยเจตนา❌ การสูญหายของเงินสด เอกสารสำคัญ หรือข้อมูลดิจิทัล

เปรียบเทียบเชิงลึกระหว่าง "ประกันอัคคีภัย" และ "ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (Industrial All Risks - IAR)"
หัวข้อ | ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) | ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR - Industrial All Risks) |
1. ประเภทของความคุ้มครอง | คุ้มครองเฉพาะไฟไหม้ ฟ้าผ่า และการระเบิดจากแก๊สเพื่อการอยู่อาศัย (สามารถซื้อภัยเพิ่มเติมได้) | คุ้มครองทุกภัยที่ไม่ได้ระบุเป็นข้อยกเว้น (All Risks) เช่น ไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ การโจรกรรม และอุบัติเหตุที่เกิดกับทรัพย์สิน |
2. ขอบเขตของความคุ้มครอง | คุ้มครองเฉพาะเหตุการณ์ที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ | คุ้มครองทรัพย์สินจากทุกความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ยกเว้นข้อยกเว้นที่ระบุไว้ |
3. ภัยที่คุ้มครอง | - ไฟไหม้ ฟ้าผ่า การระเบิดจากแก๊สเพื่ออยู่อาศัย - ภัยเพิ่มเติม (หากซื้อเพิ่ม) เช่น น้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว ฯลฯ | - ไฟไหม้ ฟ้าผ่า การระเบิดทุกประเภท - ภัยธรรมชาติ (น้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว ฯลฯ) - การโจรกรรม - ความเสียหายจากไฟฟ้าลัดวงจร - ความเสียหายจากอุบัติเหตุอื่นๆ ที่เกี่ยวกับทรัพย์สิน |
4. ภัยที่ไม่คุ้มครอง (ข้อยกเว้นหลัก) | - ภัยธรรมชาติ (หากไม่ได้ซื้อเพิ่ม) - การโจรกรรม จลาจล ก่อการร้าย - ความเสียหายจากเครื่องจักรเสียหาย | - สงคราม ก่อการร้าย (บางประเภทสามารถซื้อเพิ่มได้) - การเสื่อมสภาพจากการใช้งานปกติ - ความเสียหายจากการบำรุงรักษาที่ผิดพลาด |
5. ทรัพย์สินที่คุ้มครอง | - บ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ - เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า | - อาคาร โรงงาน คลังสินค้า - เครื่องจักร สินค้าคงคลัง วัตถุดิบ |
6. รูปแบบการชดเชยค่าสินไหม | จ่ายตามมูลค่าความเสียหายจริงภายในวงเงินเอาประกันภัย | จ่ายค่าชดเชยตามความเสียหายจริง สามารถเลือกวิธีชดเชยที่เหมาะสมกับธุรกิจได้ |
7. ความยืดหยุ่นของกรมธรรม์ | มีความคุ้มครองจำกัด ต้องซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติม | มีความยืดหยุ่นสูง สามารถออกแบบให้ครอบคลุมความเสี่ยงเฉพาะของธุรกิจได้ |
8. เหมาะสำหรับใคร? | - เจ้าของบ้าน และอาคารพักอาศัย - ร้านค้า ธุรกิจขนาดเล็ก - ผู้ที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงจากไฟไหม้เท่านั้น | - โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า - ห้างสรรพสินค้า โรงแรม โรงพยาบาล - ธุรกิจที่มีสินทรัพย์และเครื่องจักรมูลค่าสูง |
9. ค่าเบี้ยประกันภัย | ถูกกว่า IAR เพราะคุ้มครองภัยจำกัด | สูงกว่าเพราะให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากกว่า |
10. ความคุ้มค่าทางการเงิน | ค่าใช้จ่ายต่ำ เหมาะกับผู้ที่ต้องการประกันภัยเฉพาะไฟไหม้ | แม้ค่าเบี้ยจะสูงกว่า แต่ลดความเสี่ยงได้มากกว่า |

สรุป: ควรเลือกประกันแบบไหน?
ลักษณะทรัพย์สิน/ธุรกิจ | เลือกประกันอัคคีภัย | เลือกประกัน IAR |
บ้านพักอาศัย | ✅ | ❌ |
ร้านค้าเล็กๆ | ✅ | ❌ |
อพาร์ทเมนต์ | ✅ | ❌ |
โรงแรม ห้างสรรพสินค้า | ❌ | ✅ |
โรงงานอุตสาหกรรม | ❌ | ✅ |
คลังสินค้า | ❌ | ✅ |
ตัวอย่างสถานการณ์การเลือกใช้ประกันภัยที่เหมาะสม
การเลือกประกันภัยที่เหมาะสมกับทรัพย์สินหรือธุรกิจขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ประเภทของทรัพย์สิน ขนาดธุรกิจ ลักษณะการใช้งานของทรัพย์สิน และระดับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งสามารถพิจารณาได้จากตัวอย่างต่อไปนี้
1. บ้านพักอาศัยทั่วไป
ลักษณะทรัพย์สิน: บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ หรือคอนโดมิเนียมที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยหลัก
ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น: ไฟไหม้ ฟ้าผ่า น้ำท่วม โจรกรรม
คำแนะนำ: เลือกประกันอัคคีภัย พร้อมซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมสำหรับภัยธรรมชาติและโจรกรรม เพื่อป้องกันความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยในพื้นที่
2. ร้านค้า หรือธุรกิจขนาดเล็ก
ลักษณะทรัพย์สิน: ร้านขายของชำ ร้านกาแฟ หรือสำนักงานขนาดเล็ก
ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น: ไฟไหม้ การโจรกรรม ความเสียหายจากอุบัติเหตุภายในร้าน
คำแนะนำ: เลือกประกันอัคคีภัย เป็นหลัก และซื้อประกันเสริมสำหรับภัยอื่นๆ เช่น ประกันโจรกรรม หรือความเสียหายจากน้ำท่วม
3. โรงแรม หรือหอพัก
ลักษณะทรัพย์สิน: อาคารที่มีผู้เข้าพักจำนวนมากและมีทรัพย์สินจำนวนมากภายใน
ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น: ไฟไหม้ น้ำท่วม โจรกรรม ความเสียหายต่อทรัพย์สินของลูกค้า
คำแนะนำ: เลือกประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) เนื่องจากให้ความคุ้มครองครอบคลุมมากกว่า และสามารถคุ้มครองความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับทรัพย์สินของลูกค้าด้วย
4. โรงงานอุตสาหกรรม
ลักษณะทรัพย์สิน: โรงงานผลิตสินค้า เครื่องจักร และคลังสินค้าขนาดใหญ่
ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น: ไฟไหม้ ความเสียหายของเครื่องจักร การหยุดชะงักของธุรกิจจากอุบัติเหตุ
คำแนะนำ: เลือกประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) เนื่องจากให้ความคุ้มครองทั้งโครงสร้างอาคาร เครื่องจักร สินค้าคงคลัง และความเสียหายที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ
5. คลังสินค้า
ลักษณะทรัพย์สิน: อาคารเก็บสินค้า วัตถุดิบ หรืออุปกรณ์สำคัญ
ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น: ไฟไหม้ น้ำท่วม การโจรกรรม สินค้าเสียหายจากอุบัติเหตุ
คำแนะนำ: เลือกประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) เพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าคงคลังและโครงสร้างอาคารได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุม
6. ศูนย์การค้า หรือห้างสรรพสินค้า
ลักษณะทรัพย์สิน: อาคารขนาดใหญ่ที่มีร้านค้าและผู้คนจำนวนมาก
ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น: ไฟไหม้ ความเสียหายต่อร้านค้าภายใน น้ำท่วม อุบัติเหตุจากการใช้งานอาคาร
คำแนะนำ: เลือกประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) เพราะสามารถคุ้มครองได้ทั้งตัวอาคาร ระบบไฟฟ้า และร้านค้าภายใน
สรุป
หากต้องการประกันภัยที่เน้นความคุ้มครองเฉพาะภัยที่กำหนดไว้ เช่น ไฟไหม้ ควรเลือกประกันอัคคีภัย
หากต้องการประกันภัยที่ครอบคลุมหลากหลายความเสี่ยงโดยไม่ต้องซื้อความคุ้มครองเสริมมากมาย ควรเลือกประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR)
หากคุณไม่แน่ใจว่าทรัพย์สินของคุณเหมาะกับประกันประเภทใด สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยเพื่อเลือกแผนที่เหมาะสมที่สุด


