☕ ร้านกาแฟเล็ก ๆ ต้องทำประกันอัคคีภัยไหม? คุ้มครองอะไรบ้าง?
- 22 ก.พ. 2568
- ยาว 1 นาที
หลายคนที่เปิดร้านกาแฟมักโฟกัสที่การตกแต่งร้าน เมนูเครื่องดื่ม และการทำตลาด แต่เรื่องที่มักถูกมองข้ามไปก็คือ "ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับร้าน" ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ไฟฟ้าลัดวงจร อุบัติเหตุของลูกค้าในร้าน สิ่งเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และอาจทำให้คุณต้องแบกรับค่าเสียหายมหาศาล! วันนี้เราจะพาคุณมาดูว่า ทำไมร้านกาแฟถึงควรทำประกันอัคคีภัย และ ประกันแบบไหนที่คุ้มค่าที่สุด

🔥 ร้านกาแฟมีความเสี่ยงไฟไหม้มากแค่ไหน?
แม้ร้านกาแฟจะไม่มีเตาแก๊สเหมือนร้านอาหาร แต่ก็ยังมีปัจจัยที่ทำให้เกิดไฟไหม้ได้ง่าย 🚨
📌 ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดไฟไหม้ในร้านกาแฟ:
✔ เครื่องชงกาแฟ & เตาอบ – ใช้ไฟฟ้ากำลังสูง เสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจร
✔ ปลั๊กไฟ & สายไฟพ่วง – การเสียบปลั๊กหลายอันพร้อมกัน อาจทำให้ไฟฟ้าโอเวอร์โหลด
✔ วัสดุติดไฟง่าย – เช่น โต๊ะไม้ เก้าอี้ ผ้าม่าน กระดาษ หลอดกระดาษ กล่องบรรจุภัณฑ์
✔ น้ำหกใส่ปลั๊กไฟ – อาจเกิดไฟฟ้าช็อต ทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้
✔ ไฟจากร้านข้างเคียง – แม้ร้านคุณจะปลอดภัย แต่ถ้าร้านข้าง ๆ ไฟไหม้ คุณก็เสี่ยงไปด้วย
🔥 แค่เสี้ยววินาที… ไฟไหม้สามารถเผาผลาญร้านคุณได้หมด!
💰 ประกันอัคคีภัยสำหรับร้านกาแฟ คุ้มครองอะไรบ้าง?
ปัจจุบัน ประกันอัคคีภัยไม่ได้คุ้มครองแค่ไฟไหม้ แต่ยังครอบคลุมถึงภัยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อร้านของคุณ
✅ ไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด – คุ้มครองอาคารและทรัพย์สินภายในร้าน
✅ภัยธรรมชาติ – น้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกรมธรรม์)
✅ ค่าเสียหายจากไฟลามไปยังร้านข้างเคียง
✅ ค่ารื้อถอน ซ่อมแซมอาคารหลังไฟไหม้
✅ ค่าชดเชยรายได้ (กรณีต้องปิดร้านชั่วคราวเพราะไฟไหม้)
✅ ความคุ้มครองบุคคลภายนอก (Third-Party Liability)
💡 ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก – คุ้มครองลูกค้าและคนที่เกี่ยวข้อง
ร้านกาแฟไม่ได้มีแค่เจ้าของร้าน แต่ยังมี ลูกค้า พนักงาน และบุคคลอื่นที่มาใช้บริการ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุในร้านได้
📌 ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับบุคคลภายนอก
✔ ลูกค้าลื่นล้มภายในร้าน – น้ำหก พื้นลื่น ทำให้ลูกค้าหกล้มและบาดเจ็บ
✔ ของร่วงใส่ลูกค้า – เช่น ชั้นวางของตกใส่ หรือโคมไฟหล่นมาโดน
✔ ไฟไหม้ในร้าน แล้วทำให้ลูกค้าได้รับบาดเจ็บ
✔ เครื่องใช้ไฟฟ้าระเบิด หรือเกิดไฟฟ้าช็อต
👉 หากเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้น เจ้าของร้านอาจต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลหรือค่าเสียหายจำนวนมาก!
📌 ประกันอัคคีภัยที่มีความคุ้มครองบุคคลภายนอก จะช่วยอะไรได้บ้าง?
✅ ค่ารักษาพยาบาลลูกค้า กรณีเกิดอุบัติเหตุในร้าน
✅ ค่าชดเชยหากลูกค้าได้รับบาดเจ็บรุนแรง
✅ ค่าความเสียหายทรัพย์สินของลูกค้า กรณีอุปกรณ์หรือของใช้ในร้านทำให้เสียหาย
💡 "แค่จ่ายเบี้ยประกันหลักพันบาทต่อปี ก็ช่วยปกป้องทั้งร้านและลูกค้าได้!"
📌 วิธีเลือกประกันอัคคีภัยให้เหมาะกับร้านกาแฟ
1️⃣ เลือกทุนประกันให้เหมาะสม
ร้านกาแฟขนาดเล็ก ทุนประกัน 300,000 - 1,000,000 บาท
ร้านใหญ่ หรือมีอุปกรณ์ราคาแพง ทุนประกัน 1,000,000 - 3,000,000 บาท
2️⃣ เลือกแพ็กเกจที่มีความคุ้มครองบุคคลภายนอก
คุ้มครองกรณีลูกค้าได้รับบาดเจ็บในร้าน
คุ้มครองค่าเสียหายหากไฟไหม้ลามไปที่อื่น
3️⃣ เพิ่มความคุ้มครองเสริม
✅ คุ้มครองรายได้กรณีต้องปิดร้านเพราะไฟไหม้
✅ คุ้มครองภัยน้ำท่วม (หากร้านอยู่ในพื้นที่เสี่ยง)
💰 เบี้ยประกันอัคคีภัยร้านกาแฟ แพงไหม?
จริง ๆ แล้ว เบี้ยประกันอัคคีภัย เริ่มต้นเพียงหลักพันบาทต่อปี เท่านั้น แต่ให้ความคุ้มครองหลักแสนถึงหลักล้านบาท
📌 ตัวอย่างเบี้ยประกัน
ร้านกาแฟขนาดเล็ก ทุนประกัน 500,000 บาท → เบี้ยประกัน 1,500 - 2,500 บาทต่อปี
ร้านขนาดกลาง ทุนประกัน 1,000,000 บาท → เบี้ยประกัน 3,000 - 5,000 บาทต่อปี
แพ็กเกจเสริมคุ้มครองบุคคลภายนอก → เพิ่มเงินอีก ไม่กี่ร้อยบาท เท่านั้น!
💡 จ่ายหลักพัน ป้องกันความเสียหายหลักแสน-หลักล้าน!
🔍 สรุป: ร้านกาแฟต้องทำประกันอัคคีภัยไหม?
✅ ร้านกาแฟมีความเสี่ยงไฟไหม้จากเครื่องชงกาแฟ เตาอบ และปลั๊กไฟ
✅ ร้านขนาดเล็กก็มีความเสี่ยงไฟไหม้จากร้านข้างเคียง
✅ ประกันอัคคีภัยช่วยคุ้มครองอาคาร อุปกรณ์ และทรัพย์สินภายในร้าน
✅ แพ็กเกจใหม่ มีความคุ้มครองบุคคลภายนอก ปกป้องลูกค้าและพนักงานจากอุบัติเหตุ
✅ เบี้ยประกันถูกมาก เมื่อเทียบกับมูลค่าความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
💡 "อย่ารอให้เกิดไฟไหม้ก่อนค่อยคิดถึงประกัน!"📞 อยากได้คำแนะนำเพิ่มเติม? ติดต่อ AYENT Insure ได้เลย!
📢 โทรเลย หรือทักแชตเพื่อขอใบเสนอราคา! 🚀