top of page

ปรกันอัคคีภัยร้านอาหาร

เบี้ยประกันภัย/ปี เริ่ม

1,000-50,000 ฿

ทุนประกันภัย เริ่ม

500,000-50,000,000

Enroll

ประกันอัคคีภัยสำหรับร้านอาหาร: เลือกแพ็คเกจที่เหมาะสมที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณ

การปกป้องร้านอาหารจากอัคคีภัยเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอุบัติเหตุไฟไหม้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อทรัพย์สินและรายได้ของธุรกิจเรา การมีประกันอัคคีภัยที่เหมาะสมจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในการป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้

เราได้คัดสรรแพ็คเกจประกันอัคคีภัยสำหรับร้านอาหารจาก 3 บริษัทประกันชั้นนำ พร้อมทั้งเปรียบเทียบความคุ้มครองจากแต่ละบริษัทให้คุณเลือกแพ็คเกจที่เหมาะสมที่สุด:

เปรียบเทียบความคุ้มครองจากแพ็คเกจประกันอัคคีภัยสำหรับร้านอาหาร

รายการคุ้มครอง

บริษัท A: ทิพยประกันภัย

บริษัท B: ทิพยประกันภัย

บริษัท C: กรุงเทพประกันภัย

ไฟไหม้

ฟ้าผ่า

ภัยระเบิด

ภัยจากยานพาหนะ

ภัยจากอากาศยาน

ภัยเนื่องจากน้ำ (ยกเว้นน้ำท่วม)

ภัยลมพายุ

ภัยแผ่นดินไหว

ภัยลูกเห็บ

การนัดหยุดงาน/เจตนาร้าย

การสูญเสียรายได้จากการหยุดกิจการ

ความเสียหายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า

ค่ารักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บ

ค่าสาธารณูปโภค/ค่ารื้อถอนซาก

การโจรกรรมและการลักทรัพย์

✔ (เฉพาะกรณีมีร่องรอย)

✔ (การลักทรัพย์ที่มีร่องรอยงัดแงะ)

ค่าใช้จ่ายในการดับเพลิง

ทุนประกันภัยขั้นต่ำ

1 ล้านบาท

500,000 บาท

1 ล้านบาท

ทุนประกันภัยสูงสุด

50 ล้านบาท

10 ล้านบาท

20 ล้านบาท

เบี้ยประกันภัยต่อปี

2,900 บาท

699 บาท

ราคาเฉพาะตามความต้องการ

การเลือกแพ็คเกจประกันอัคคีภัยที่เหมาะสม

  • บริษัท A: ทิพยประกันภัย: เหมาะสำหรับร้านอาหารที่ต้องการการคุ้มครองที่ครบวงจร คุ้มครองทั้งความเสียหายจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า การสูญเสียรายได้จากการหยุดกิจการ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บ โดยมีทุนประกันภัยสูงสุดถึง 50 ล้านบาท

  • บริษัท B: ทิพยประกันภัย: เหมาะสำหรับร้านอาหารที่ต้องการความคุ้มครองในราคาประหยัด โดยมีความคุ้มครองหลายด้าน แต่จะไม่มีการคุ้มครองความสูญเสียจากการหยุดกิจการ

  • บริษัท C: กรุงเทพประกันภัย: คุ้มครองอย่างครอบคลุมในหลายแง่มุม รวมถึงการโจรกรรมและการสูญเสียทรัพย์สินจากการลักขโมย หรือเหตุการณ์ที่เกิดจากน้ำท่วม แต่ไม่มีการคุ้มครองความสูญเสียรายได้จากการหยุดกิจการ


ข้อมูลนี้จะช่วยให้คุณกำหนดทุนประกันที่เหมาะสมและเข้าใจวิธีการคำนวณทุนประกันสำหรับธุรกิจร้านอาหารของคุณได้ดีขึ้น

เพื่อให้คุณเข้าใจเกี่ยวกับการจำแนกรายการทรัพย์สินของร้านอาหารในแง่ของประกันอัคคีภัยอย่างละเอียดมากขึ้น เราจะทำการแบ่งทรัพย์สินที่ร้านอาหารควรคุ้มครองออกเป็นหมวดหมู่หลัก ๆ ดังนี้:


การคำนวณทุนประกันสำหรับธุรกิจร้านอาหาร

เมื่อคำนวณทุนประกันสำหรับร้านอาหาร ควรพิจารณาทุกประเภทของทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงจากการสูญหายหรือเสียหาย เพื่อกำหนดทุนประกันที่เพียงพอในการทดแทนความเสียหาย ซึ่งอาจรวมถึง:

  1. สิ่งปลูกสร้าง (อาคาร): ราคาค่าก่อสร้างหรือราคาประเมิน

  2. เฟอร์นิเจอร์และสิ่งตกแต่ง: มูลค่าทั้งหมดของเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่ง

  3. เครื่องจักรและอุปกรณ์: มูลค่าของเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในร้าน

  4. สต๊อกสินค้า: มูลค่าของสินค้าในสต๊อกที่อยู่ในร้านอาหาร

การคำนวณทุนประกันที่เหมาะสมคือการรวมมูลค่าทั้งหมดของทรัพย์สินเหล่านี้เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับการคุ้มครองที่ครบถ้วนและเพียงพอต่อการฟื้นฟูธุรกิจหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน


1. สิ่งปลูกสร้าง (อาคารและโครงสร้าง)

  • คำอธิบาย: หมายถึง โครงสร้างพื้นฐานของร้านอาหาร เช่น อาคารที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ ห้องครัว พื้นที่รับลูกค้า โครงสร้างของที่จอดรถ หรือสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านอาหาร

  • ตัวอย่าง:

    • อาคารภายในร้านที่ประกอบด้วยห้องครัว ห้องเก็บของ

    • โครงสร้างของอาคารที่มีการออกแบบหรือก่อสร้างเฉพาะสำหรับการบริการลูกค้า เช่น บาร์ หรือห้องรับรองลูกค้า

    • งานก่อสร้างที่เป็นพื้นฐาน เช่น พื้น ติดตั้งผนัง กระจก

  • การคำนวณทุนประกัน:

    • คำนวณจากมูลค่าค่าก่อสร้างจริง หรือราคาประเมินของการก่อสร้าง

    • การคำนวณนี้จะต้องรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการสร้างอาคารและการปรับปรุงโครงสร้าง

2. เฟอร์นิเจอร์และสิ่งตกแต่งภายใน

  • คำอธิบาย: หมายถึง อุปกรณ์ตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในร้านอาหาร รวมถึงการตกแต่งร้านเพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้แก่ลูกค้า เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ตู้โชว์ ตู้เย็น เครื่องครัว หรือสิ่งตกแต่งภายในที่เป็นเอกลักษณ์

  • ตัวอย่าง:

    • โต๊ะ เก้าอี้

    • แสงไฟ ประตู หน้าต่าง หรือผนังตกแต่ง

    • อุปกรณ์ตกแต่ง เช่น รูปภาพ ต้นไม้

    • ผ้าม่านหรืออุปกรณ์ที่ช่วยเสริมบรรยากาศ

    • โคมไฟและแสงไฟภายในร้าน

  • การคำนวณทุนประกัน:

    • ประเมินมูลค่าของอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด

    • คำนึงถึงราคาซื้อใหม่หรือราคาตลาดของเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่ง

    • คำนวณจากจำนวนและประเภทของสิ่งตกแต่งในร้าน

3. เครื่องจักรและอุปกรณ์ (เครื่องมือการทำอาหาร)

  • คำอธิบาย: หมายถึง เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำอาหารและเครื่องดื่ม เช่น เตาอบ เตาแก๊ส เครื่องบด เครื่องปั่น เครื่องชงกาแฟ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ที่ใช้ในการดำเนินการภายในร้าน

  • ตัวอย่าง:

    • เตาอบ เตาปิ้งย่าง

    • เครื่องล้างจาน

    • ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ

    • เครื่องชงกาแฟ เครื่องปั่นน้ำผลไม้

    • เครื่องดูดควันในห้องครัว

  • การคำนวณทุนประกัน:

    • ประเมินมูลค่าของเครื่องจักรและอุปกรณ์ทั้งหมดที่ใช้งานในร้าน

    • คำนวณจากราคาซื้อใหม่ของเครื่องจักรที่ใช้ในร้านอาหาร

    • รวมถึงค่าบำรุงรักษาและการเปลี่ยนเครื่องมือในอนาคต

4. สต๊อกสินค้า (วัตถุดิบและอาหารในร้าน)

  • คำอธิบาย: หมายถึง สินค้าหรือวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงอาหารหรือเครื่องดื่มภายในร้าน เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ เครื่องดื่ม หรือวัสดุที่ใช้ในการให้บริการลูกค้า

  • ตัวอย่าง:

    • สต๊อกอาหาร เช่น ข้าว น้ำมัน เครื่องเทศ ผักสด

    • สต๊อกเครื่องดื่ม เช่น น้ำผลไม้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

    • อุปกรณ์ใช้ในการจัดเก็บสินค้าภายในร้าน เช่น ถังเก็บอาหาร ตู้แช่แข็ง

  • การคำนวณทุนประกัน:

    • ประเมินมูลค่าและจำนวนของสินค้าที่อยู่ในสต๊อก

    • คำนวณจากราคาซื้อของสินค้าและปริมาณที่เก็บไว้

    • รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บและการคำนวณสินค้าต่อวัน

การคำนวณทุนประกันที่สมเหตุสมผล

การคำนวณทุนประกันควรทำร่วมกับตัวแทนประกันที่มีประสบการณ์ในการประเมินมูลค่า เพื่อให้ร้านอาหารของคุณได้รับการคุ้มครองในระดับที่เหมาะสม โดยไม่จ่ายเบี้ยประกันเกินกว่าความจำเป็น ในกรณีที่คุณเลือกการคุ้มครองที่สูงเกินไปอาจทำให้คุณจ่ายเบี้ยประกันที่ไม่จำเป็น แต่ถ้าคำนวณต่ำเกินไป ก็อาจไม่ครอบคลุมความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

การเลือกประกันอัคคีภัยสำหรับร้านอาหารไม่ใช่เรื่องง่าย ควรพิจารณาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจของคุณอย่างรอบคอบ เช่น หากร้านอาหารของคุณมีสินค้าที่มีมูลค่าสูง หรือมีโอกาสที่จะหยุดกิจการชั่วคราวจากเหตุการณ์ไฟไหม้ การเลือกแพ็คเกจที่มีการคุ้มครองรายได้จากการหยุดกิจการและการซ่อมแซมจึงเป็นสิ่งสำคัญ

คำถามที่พบบ่อย

  • Q: ควรเลือกเบี้ยประกันเท่าไร? A: เบี้ยประกันควรเลือกตามมูลค่าของทรัพย์สินและความเสี่ยงที่มี โดยเบี้ยประกันที่สูงขึ้นจะให้ความคุ้มครองที่มากขึ้นเช่นกัน

  • Q: หากเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นฉันต้องทำอย่างไร? A: หากเกิดเหตุไฟไหม้ ให้ติดต่อบริษัทประกันทันทีเพื่อเริ่มกระบวนการเคลมประกัน พร้อมทั้งรายงานเหตุการณ์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อเราสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกแพ็คเกจประกันอัคคีภัยที่เหมาะสมสำหรับร้านอาหารของคุณ หรือหากต้องการคำแนะนำในการเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณ ติดต่อทีมงานของเราเพื่อขอคำแนะนำได้ที่นี่:

[ติดต่อเรา]

Your Instructor

เปรียบเทียบความคุ้มครองจากแพ็คเกจประกันอัคคีภัยสำหรับร้านอาหาร

bottom of page